font color :
font size : 60% 70% 80% 90%

โครงการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน

โครงการพัฒนาความเข้มแข็งของหมู่บ้าน/ชุมชน
เพื่อการพัฒนาและเอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืน
ตามรอยพระยุคลบาท
(โครงการ หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน)

----------------

พัฒนาการและความเป็นมา

สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันที่อยู่คู่ประเทศไทยมานับหลายศตวรรษ และมีบทบาทสำคัญในการจรรโลงประเทศชาติ ยุค สมัยใด ที่ประเทศชาติต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่อาจต้องทำให้ประเทศต้องล่มสลาย สถาบันพระมหากษัตริย์จะเป็นหลักชัยและศูนย์รวมของคนไทยทั้งชาติที่จะฝ่าฟัน วิกฤติปัญหาดังกล่าวจนลุล่วง

 

ภัยพิบัติอันเกิดจากยาเสพติด นับเป็นวิกฤติที่ร้ายแรงที่สุดอย่างหนึ่งของประเทศและนับวันมีแต่จะรุนแรงมากยิ่งขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วิกฤติดังกล่าว เป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถฯ ซึ่งเป็น พ่อ และแม่ของแผ่นดินทรงมีพระปริวิตกและทรงเรียกร้องให้พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ ร่วมแรงร่วมใจกันเอาชนะวิกฤติปัญหานี้

 

ในช่วงหลายสิบปีก่อนหน้านี้ จากการที่ทรงเล็งเห็นภัยพิบัติของปัญหายาเสพติด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เริ่มโครงการ หลวงเมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๑๒ (ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๕ ได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิโครงการหลวง) ซึ่งเป็นพระ บรมราโชบายที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การพัฒนาชาวเขาให้อยู่อาศัยและทำมาหากินเป็นหลักแหล่ง เลิกการทำลายป่าและเลิกการปลูกฝิ่น ความสำเร็จของโครงการหลวง ได้เป็นที่ยอมรับและรู้จักแพร่หลายในนานาประเทศ จนได้รับรางวัลแมกไซไซ (Ramond Magsaysay Award) ในสาขาInternational Understanding เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๑ ดังความตอนท้ายของประกาศเกียรติคุณว่า

“ จากการให้ความร่วมมือช่วยเหลือเกื้อกูลของนานาประเทศและร่วมกันประสานงานโดย หลายหน่วยงานในชาติ โครงการหลวงได้มีส่วนช่วยลดยาเสพติดพิษร้ายแรงของโลกลง และยังช่วยยกระดับความมั่นคงอยู่ดีกินดีแก่ชนชาวเขาทั้งหลายด้วย”

จากพระปรีชาสามารถองค์การสหประชาชาติได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเหรียญทองคำแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๓๗ และยังได้นำแนวพระราชดำริการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาการปลูกฝิ่นไปขยายผลยังพื้นที่ต่างๆทั่วโลก

 

ด้วยความห่วงใยต่อพสกนิกรที่ต้องเผชิญกับวิกฤติยาเสพติดและเพื่อเป็นกำลังใจต่อกลุ่มมวลชนพลังแผ่นดินที่อาสาต่อสู้กับภัยยาเสพติด ใน วโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จทรงงานเยี่ยมราษฏรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ผ่านมาทางเลขาธิการ ป.ป.ส.หลายท่าน โดยมีพระราชประสงค์ที่จะให้นำไปใช้เป็นประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายา เสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน

 

จากยุทธศาสตร์พระราชทาน การเอาชนะปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นให้ได้อย่างถาวรจะต้องยึดถือ “การรู้รักสามัคคี” และ “ยุทธศาสตร์การพัฒนาแบบพอเพียง” ทั้งสองหลักคิดพระราชทานดังกล่าวล้วนแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาญาณที่รู้ซึ้งอย่างแท้จริงว่า หากผู้คนทุกหมู่เหล่าในสังคม ละความแตกแยก ละความขัดแย้ง เชิดชูสามัคคีธรรม พึ่ง พาพลังของตนเอง รู้จักประมาณในตน ไม่ฟุ้งเฟ้อ ก็จะเป็นเสมือนพลังอันมหาศาลที่จะร่วมกัน เอาชนะภัยพิบัติต่างๆจนหมดสิ้น

 

ดังนั้น การเอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืน จึงมีเพียงหนทางเดียวก็คือต้องน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทานมาใช้อย่างกว้างขวางทั้งประเทศทั้งนี้ก็เพราะ ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสังคม จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาโดยมิติทางสังคมทั้งระบบได้แก่ปัญหาความยากจน ปัญหาความอ่อนแอของวัฒนธรรมที่ดีงาม ปัญหาความอ่อนแอของปัจเจกบุคคล ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ ภายหลังการประกาศชัยชนะเหนือสงครามยาเสพติด การดำรงสถานะเข่นนี้ให้ได้อย่างถาวร จึงต้องมีการกำหนดงานยาเสพติดผนวกเข้ากับการพัฒนาอย่างยั่งยืนจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเป็นหลักที่ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นหลักชัยนำทางมาโดยตลอดผ่านโครงการพระราชดำริที่เกี่ยวกับการพัฒนาต่างๆ

 

การพระราชทาน พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถแก่ราษฎรอาสาพลังแผ่นดิน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงของพระองค์ท่าน ผู้เป็นแม่ของแผ่นดินที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย และถือเป็นมงคลสูงสุด หากจะทำให้สิ่งที่พระราชทานนี้ บังเกิดผลเพิ่มพูนแก่หมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ อย่างไม่มีวันหมดสิ้น และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน ย่อมเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่หลั่งโลมจิตใจชาวไทยในหมู่บ้าน/ชุมชนต่างๆให้ฟื้นคืนสู่ความเข้มแข็ง สามารถต่อสู้กับปัญหาต่างๆได้อย่างมั่นคง ก็จะเป็นประโยชน์สูงสุด

 

การจะทำให้พระราชทรัพย์พระราชทานจากพระองค์ท่าน ผู้เป็นแม่ของแผ่นดิน ไม่สูญสลายหมดสิ้นไป จึงจำเป็นต้องมีการขยายผล ต่อยอดตลอดไป ด้วยเหตุนี้สำนักงานป.ป.ส.และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง จึงได้มีแนวความคิดที่จะทำให้พระราชทรัพย์พระราชทานดังกล่าว ขยายเป็นกองทุน เรียกว่า กองทุนแม่ของแผ่นดิน ในหมู่บ้าน/ชุมชนต่างๆ หากสามารถดำเนินการได้ตามนี้ ก็ จะเป็นปราการและศูนย์รวมสำคัญในหมู่บ้าน/ชุมชน ที่จะผนึกกำลังกันทำให้มีความเข้มแข็งบนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน สมดังพระราชปณิธานอันแน่วแน่ของพระองค์ท่านมาโดยตลอด

 

พ.ศ.๒๕๔๗ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นภาคที่มาของกองทุนแม่ของแผ่นดินเป็นภาคแรก จึงได้มีการพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดิน เป็นครั้งแรกของประเทศ โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาฯเสด็จมาเป็นองค์ประธานเพื่อประทานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ให้กับ ๖๗๒ หมู่บ้าน/ชุมชนจาก๑๙ จังหวัดในภาค ตอ/น. จาก การประเมินผล ๑ ปีของการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินของมหาวิทยาลัยขอนแก่น จากกลุ่มตัวอย่าง ๔๒๔ หมู่บ้าน (ร้อยละ ๗๔ ) พบว่าหมู่บ้าน/ชุมชน ร้อยละ ๙๓.๗ ด้านรายรับ ได้มีการระดมทุนเพิ่มขึ้นจากเงินขวัญถุงที่ได้รับโดยร้อยละ ๗๙.๒ ใช้วิธีการบริจาคจากสมาชิก ร้อยละ ๕๘.๘ ใช้วิธีการทอดผ้าป่า ด้านการใช้จ่าย ได้มีการใช้จ่ายงินกองทุนเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ร้อยละ ๖๘.๒ ให้กู้ยืม ร้อยละ ๕๓.๓ ใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน ร้อยละ ๑๒.๙ และ เหนือสิ่งอื่นใด ทำให้พลังของชุมชนต่างรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้จิตสำนึกร่วมที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

 

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้มีการขยายหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัด (ศตส.จ.)คัดเลือกหมู่บ้าน/ชุมชนที่มีความเข้มแข็งในอำเภอและในเขตเทศบาลเมือง อำเภอ/เทศบาลเมืองละ ๑ แห่ง รวม ๑, ๐๓๓ หมู่บ้าน/ชุมชน เข้ารับพระราชทานเงินกองทุนแม่ของแผ่นดิน จากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในงานมหกรรมพลังไทย ต้านภัยยาเสพติด เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๘ ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี

 

รวมระยะ ๒ ปี (พ.ศ.๒๕๔๗ - ๒๕๔๘) มีหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน ๑,๗๐๓ หมู่บ้าน/ชุมชน ซึ่ง หมู่บ้าน/ชุมชน ที่ได้รับพระราชทานเงินกองทุนแม่ได้ระดมทุนเพิ่มเติมและดำเนินกิจกรรมพัฒนาและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านของตนเองเพื่อมุ่งสู่การ พึ่งพาตนเองและการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้ผลอย่างยั่งยืน

 

ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถซึ่งทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยและพระราชทานแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดมาโดยตลอด จึงกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาความเข้มแข็งของพลังแผ่นดินเพื่อการพัฒนาและเอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืนตามรอยพระยุคลบาท สำหรับเป็นแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป

 

ความหมาย......กองทุนแม่ของแผ่นดิน......

กองทุนแม่ของแผ่นดิน หมายถึง พระราชทรัพย์พระราชทานที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถได้พระราชทานให้กับราษฎรที่ทำหน้าที่ป้องกันยาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน และเพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีแด่สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเทิดทูนไว้สูงสุด และเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎร สำนัก งาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้พัฒนาต่อยอดให้พระราชทรัพย์พระราชทานดังกล่าวเป็นศูนย์รวมของจิตใจของคนทั้งหมู่บ้าน/ชุมชน จึงมีแนวความคิดที่จะขยายหรือต่อยอดทรัพย์พระราชทาน ให้เป็น กองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยมีแนวความคิด ดังนี้

 

๑.กองทุนแม่ของแผ่นดิน ถือเป็นสิริมงคลสูงสุด เมื่ออยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชนใด ก็เปรียบเสมือน กำลังใจของพระองค์ท่านที่พระราชทานให้กับหมู่บ้าน/ชุมชนนั้นๆในการทำความดี ปกปักรักษาท้องถิ่นของตัวให้รอดพ้นจากภยันตรายต่างๆ และเป็นส่วนหนึ่งในความเข้มแข็งของประเทศชาติ

 

๒.กองทุนแม่ของแผ่นดิน เป็นกองทุนขวัญถุง สำหรับหมู่บ้าน/ชุมชนที่ได้รับพระราชทาน เพื่อความมุ่งหมาย สร้างให้เป็นศูนย์รวมของกองทุนทั้งหมดในหมู่บ้าน/ชุมชน และให้เป็นตัวแทนของกองทุนที่ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดการทำความดีทั้งกายและใจ การทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมของหมู่บ้าน/ชุมชน หรือกองทุนเพื่อประโยชน์สาธารณะ การที่กองทุนแม่ของแผ่นดินหมดสิ้นไป ย่อมหมายความถึง ตัวแทนของความดีหมดสิ้นลงด้วย ทุกคนในหมู่บ้าน/ชุมชนจึงต้องปกปักรักษาให้งอกงาม ไม่สูญสลาย

 

๓.กองทุนแม่ของแผ่นดิน ใช้เป็นเงื่อนไขกระตุ้นความตื่นตัวของชุมชนให้ มีความเข้มแข็ง พึ่งตนเองมากยิ่งขึ้น และเป็นแบบอย่างของการพัฒนา การพึ่งตนเอง การระดมทุนในชุมชน และเป็นแบบอย่างของการบูรณาการการเอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืนเข้ากับกระบวน การพัฒนา

 

สถานการณ์และการดำเนินงานของภาคประชาชน พลังแผ่นดินในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ผ่านมา

 

๑ สถานการณ์

 

หลังจากการประกาศชัยชนะกับยาเสพติดและการเสริมสร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้าน/ชุมชนมาเป็นระยะ พบ ว่าหมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ ๘๕,๑๙๒ หมู่บ้าน/ชุมชน ส่วนใหญ่ยังมีความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด แต่ยังคงมีหมู่บ้าน/ชุมชนส่วนหนึ่งที่ยังคงมีปัญหายาเสพติดหรือมีสถานการณ์เงื่อนไขด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ที่จะต้องดำเนินการแก้ไขและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 

ข้อมูลการเฝ้าระวังยาเสพติดของศูนย์เฝ้าระวังปัญหายาเสพติด สำนักงานป.ป.ส. (ณเดือนตุลาคม ๒๕๔๘) มีหมู่บ้าน/ชุมชนที่มีปัญหายาเสพติด ๕,๔๐๙ หมู่บ้าน/ชุมชน (ร้อยละ๖.๓๕ ของหมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ) ซึ่งได้กำหนดเป็นเป้าหมายหนึ่งในการดำเนินการแก้ไข ในช่วงปฏิบัติการรวมพลังแผ่นดินร่วมกวาดล้างยาเสพติด ครั้งที่ ๔ (๑ ตุลาคม – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๘)

ข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน (กชช. ๒ ค) ปี ๒๕๔๘ ซึ่งจัดเก็บ ณ ช่วงเดือน มกราคม - พฤษภาคม ๒๕๔๘ จากหมู่บ้านทั้งสิ้น ๖๙,๑๑๐ หมู่บ้าน พบว่ามีปัญหาการใช้ยาเสพติด จำนวน ๔,๗๕๗ หมู่บ้าน (ร้อยละ ๖.๙)

๒ การดำเนินงานที่ผ่านมา

 

ใน ช่วงระยะที่ผ่านมา ได้มีกลไกและกระบวนการดำเนินงานโดยใช้องค์กรชุมชนเพื่อสร้างความเข้มแข็งใน การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

 

๑)การเสริมสร้างหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็ง

( ๑) เครือข่ายหมู่บ้าน/ชุมชน ที่สำนักงาน ป.ป.ส. และมูลนิธิภูมิพลังชุมชนไทย ประสาน ส่งเสริมและสนับสนุน สำนักงาน ป.ป.ส. ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยการเน้นการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชนร่วมกับหน่วยงานองค์กรภาครัฐในพื้นที่ ด้วยการผสมผสานมาตรการในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาแบบองค์รวม ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๙ เป็นต้นมา โดยในระยะแรก ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง (พ.ศ.๒๕๔๐ – ๒๕๔๔) ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๓๙ จำนวน ๑,๑๑๘ หมู่บ้าน/ชุมชน ในระยะเริ่มต้น โดยได้มีการขยายหมู่บ้านเป้าหมายเพิ่มเติมและดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

 

ต่อมา พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้มีการจัดตั้งมูลนิธิภูมิพลังชุมชนไทย ทำหน้าที่ประสานและสนับสนุนองค์กรภาคประชาชนและเครือข่ายภาคีความร่วมมือทั้ง ภาครัฐและเอกชน โดยได้รับการสนับสนุนเงินอุดหนุนจากสำนักงาน ป.ป.ส. ในการดำเนินงาน เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน จนถึงปัจจุบัน (ปี พ.ศ.๒๕๔๘) มีพื้นที่ดำเนินงาน ๙,๙๙๔ หมู่บ้าน/ชุมชนเป็นหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งในเชิงคุณภาพ ๑,๕๐๘ หมู่บ้าน/ชุมชน

(๒) หมู่บ้าน/ชุมชนชายแดนเข้มแข็ง ของ กอ.รมน. กอ.รมน.ได้ดำเนินการสร้างหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดปี ๒๕๔๗ จำนวน ๙๒๙ หมู่บ้าน/ชุมชนปี ๒๕๔๘ จำนวน ๑,๒๙๙ หมู่บ้าน/ชุมชน

 

๒) กลุ่มพลังแผ่นดิน

 

ในระยะที่ผ่านมา ได้มีการจัดตั้งกลุ่มพลังแผ่นดินที่สำคัญ ได้แก่ ชมรม To Be Number One ผู้ประสานพลังแผ่นดิน และ ชมรมท้องถิ่นท้องที่สามัคคี

( ๑) ชมรม To Be Number One ณ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๘ มีสมาชิก

 

๒๙,๐๗๖,๙๗๗ คน

( ๒) ผู้ประสานพลังแผ่นดิน รายงานของกรมการปกครอง/กอ.กพส.ณ๑๕ สิงหาคม๒๕๔๘ มีผู้ประสานพลังแผ่นดิน ๓,๘๘๗,๘๒๒ คน เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ ๕๘๒,๑๒๒ คน(ร้อยละ๑๗.๖๕)

(๓) ชมรมท้องถิ่นท้องที่สามัคคี ในทุกอำเภอ รวม ๙๒๖ ชมรม

 

๓ ประเมินสถานภาพหมู่บ้าน/ชุมชนและกลุ่มพลังแผ่นดิน

 

๑) ปัจจุบันมีหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งอย่างมีคุณภาพจำนวนหนึ่ง ได้แก่

- หมู่บ้าน/ชุมชนเครือข่ายซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. และมูลนิธิภูมิพลังชุมชนไทย ประสาน ส่งเสริมและสนับสนุน

- หมู่บ้าน/ชุมชนประเภท กและ ประเภท ข ซึ่งศตส.จ./ก.ดำเนินการเสริมสร้างความเข้มแข็ง

- หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน บางส่วนเป็นหมู่บ้าน/ชุมชนเครือข่ายสำนักงานป.ป.ส.และมูลนิธิภูมิพลังชุมชนไทยบางส่วนเป็นหมู่บ้านกข

 

รวมประมาณ ๑๐,๐๐๐ หมู่บ้าน/ชุมชน (ร้อยละ๑๒ของหมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ) ซึ่งมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นหมู่บ้านแกนนำและขยายผลให้เป็นศูนย์การเรียนรู้และแกนกลางเครือข่ายการเฝ้าระวังป้องกันและแก้ไข

Online forum users

ผู้ใช้งานขณะนี้ 1 บุคคลทั่วไป 0 สมาชิก