font color :
font size : 60% 70% 80% 90%

การจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ ปี 2554

แผนงาน           การจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการประจำปี 2554

หน่วยงาน         ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดอุตรดิตถ์                        

                      (ที่ทำการปกครองจังหวัดอุตรดิตถ์ กลุ่มงานความมั่นคง)

                           หลักการและเหตุผล สถานการณ์ปัญหายาเสพติด และแนวโน้ม ปี 2554 ปรากฏข้อมูลว่ามีการเพิ่มขึ้นของปัจจัยเสี่ยงที่เอื้อต่อปัญหายาเสพติด มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายปัจจัย ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดรายใหม่ กล่าวคือ ปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับ ปัญหาเศรษฐกิจ ว่างงาน ครอบครัว/ชุมชนอ่อนแอ นักเรียนตีกัน สถานบันเทิงผิดระเบียบ ความยากจน อาชญากรรม การมั่วสุมของนักเรียน ค่านิยมวัตถุ ปัญหาสังคม นำไปสู่การเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งในฐานะ ผู้เสพ หรือ ผู้ค้า โดยมีประเด็นการเพิ่มขึ้นของปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อปัญหายาเสพติด อาทิ สถานบันเทิงเปิด-ปิด เกินเวลา จำหน่ายสุราให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าสถานบันเทิง มีการมั่วสุมเสพยาในหอพัก มั่วสุมในที่สาธารณะ มั่วสุ่มยาเสพติดในร้านเกม เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เที่ยวกลางคืน แก็งค์/มอเตอร์ไชด์ซิ่ง ทั้งนี้โดยมีกลุ่มเด็กและเยาวชน อายุ 15-19 ปี มีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมากขึ้นตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 249/2552 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2552 เรื่องปฏิบัติการ ประเทศไทย เข้มแข็ง ชนะยาเสพติดยั่งยืนภายใต้ 5 รั้วป้องกัน ระยะที่ 2 กำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการหลักที่ 3 รั้วสังคม หรือโครงการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ เป็นโครงการที่เน้นขจัดปัจจัยลบ/ปัจจัยเสี่ยงป้องกันเยาวชนกลุ่มเสี่ยงและเสริมสร้างปัจจัยบวกหรือพื้นที่บวกให้เพิ่มขึ้นในทุกจังหวัดปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของประชาชนและเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญและความรุนแรงของปัญหา จึงได้กำหนดให้เป็นนโยบายจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องรีบดำเนินการป้องกันและแก้ไขโดยผนึกกำลังของทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการเป็นมาตรการสำคัญประการหนึ่งในการควบคุมหรือลดพื้นที่เสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดปัญหายาเสพติดและการเพิ่มปัจจัยบวกหรือพื้นที่บวกเพื่อป้องกันมิให้เด็กและเยาวชนเข้ามาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการให้ได้ผลจะต้องเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนและจะต้องดำเนินการให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่ในปีงบประมาณ 2553 คณะทำงานจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้เป็นหน่วยงาน/องค์กร/พื้นที่ที่มีประสบการณ์เด่นในการปฏิบัติตาม “ปฏิบัติการประเทศไทยเข้มแข็ง ชนะยาเสพติดยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน ระยะที่ 2” เพื่อสรุปเป็นบทเรียนสำหรับให้หน่วยงานอื่นนำไปพิจารณาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไปแนวความคิดและแนวทางปฏิบัติ

ยึดหลักการ   “ร่วมจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ เพื่อลูกหลานและเยาวชน”

วัตถุประสงค์

1. เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการดำเนินการตามนโยบาย กระทรวงมหาดไทย และจังหวัด ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด (รั้วสังคม) ให้เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง2. เพื่อรณรงค์ สร้างจิตสำนึกให้ประชาชน สถานประกอบการ พ่อแม่ ผู้ปกครอง องค์กรภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสังคมแบบบูรณาการ3. เพื่อสร้างกลไกเฝ้าระวัง ควบคุม กลุ่มเยาวชนให้ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับของกฎหมาย อย่างจริงจังและต่อเนื่อง4.เพื่อเป็นการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนเป้าหมายการดำเนินงาน           1.  พื้นที่ดำเนินการ ทั่วไปทุกอำเภอ เน้นหนักสถานประกอบการ บริเวณใกล้สถานศึกษา ในเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ตำบลท่าเสา ตำบลบ้านเกาะ ตำบลป่าเซ่า ตำบลงิ้วงาม อำเภอเมืองอุตรดิตถ์2. เด็กและเยาวชน ช่วงอายุระหว่าง 15-24 ปี โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เช่น แก็งค์มอเตอร์ไซค์ชิ่ง เด็กเที่ยวกลางคืน กลุ่มนักเรียนที่หนีเรียนและที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในด้านต่างๆ กลุ่มเด็กเร่ร่อน ฯลฯ3.บุคคลกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ คนว่างงาน   ผู้ใช้แรงงาน ผู้ที่เคยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด คนต่างด้าว4. ลดพื้นที่เชิงลบ ได้แก่ สถานประกอบการประเภท สถานบริการ ร้านคาราโอเกะ  ร้านค้าแอบแฝง โต๊ะสนุกเกอร์ ร้านเกม/อินเตอร์เน็ต  ร้านจำหน่าย/ให้เช่าแผ่นซีดี ร้านค้าของเก่า โรงแรม หอพัก/ที่พักเชิงพาณิชย์ สวนสาธารณะฯลฯ5. การเพิ่มปัจจัยบวก ส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน เช่น ดนตรี กีฬา กิจกรรมสภาเด็กนักเรียน กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ฯลฯกรอบการดำเนินงาน     เพื่อให้การดำเนินงานครอบคลุมตามเป้าหมายที่กำหนด จึงกำหนดแนวทางประกอบด้วย 7   แนวทาง ดังนี้ 1. ประกาศนโยบายการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ เป็นวาระงานที่สำคัญของจังหวัด            2. สร้างกลไกให้มีองค์กร/หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการในจังหวัดให้ชัดเจน

 3. สำรวจข้อมูลเพื่อการป้องกันกลุ่มเสี่ยงและจัดระเบียบสังคมในจังหวัด โดยจัดทำเป็นฐานข้อมูลของจังหวัดและนำข้อมูลที่รวบรวมได้ เป็นฐานในการจัดทำแผนปฏิบัติการ4. แนวทางการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างกระแสให้ทุกภาคส่วน (เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ประกอบการ และ ประชาชน) รับทราบแนวทางและเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ5.ลดพื้นที่เชิงลบ มีประเด็นการดำเนินงาน ดังนี้        5.1  จัดระเบียบสถานบันเทิง/สถานประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยควบคุมการเปิด-ปิดเกินเวลา ควบคุมไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปใช้บริการ ห้ามจำหน่ายสุราในเวลาที่ควบคุม ตรวจปัสสาวะ ควบคุมมลภาวะทางเสียง มีการแสดงลามก เป็นแหล่งแพร่ระบาดยาเสพติด บุคคลทั่วไป เช่น ไม่พกบัตรประจำตัวประชาชน พกอาวุธ เป็นต้น        5.2 จัดระเบียบหอพัก/ที่พักเชิงพาณิชย์ โดยขึ้นทะเบียน มีการประกวดหอพัก บังคับใช้กฎหมาย        5.3 โต๊ะสนุก/ร้านเกม ดำเนินมาตรการป้องปราม ไม่ให้เด็กเข้าไปมั่วสุม        5.4 ร้านค้าแอบแฝง ร้านค้าประเภทข้าวต้ม จำหน่ายสุรา         5.5 กลุ่มแก็งค์ต่างๆ เช่นแก็งค์มอเตอร์ไซด์ ดำเนินการต่อกลุ่มเยาวชนและร้านซ่อมมอเตอร์ไซด์ที่ให้การสนับสนุน  

     5.6 ควบคุมเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ออกเที่ยวเตร่เวลากลางคืน

6.การเพิ่มปัจจัยบวกส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน เช่น ดนตรี กีฬา  กิจกรรมสภาเด็กนักเรียน กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ฯลฯ7. การสร้างแกนนำและอาสาสมัครที่มีจิตอาสาขั้นตอนและแนวทางการจัดระเบียบสังคม            1.แต่งตั้ง/ปรับปรุงชุดปฏิบัติการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องดำเนินงานในลักษณะภาคีร่วม จากเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบในคณะทำงานจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการระดับจังหวัด/อำเภอ  ให้เป็นปัจจุบันและชัดเจน              2.ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลสภาพปัญหาและจัดทำตารางกำหนดการออกตรวจจัดระเบียบสังคมให้มีความชัดเจน                                                                                                                                                                         3. ประสานความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ            4. รณรงค์สร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง            5.ชุดปฏิบัติการออกตรวจ ป้องปราม ตักเตือน แนะนำให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย             6. นำกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้เมื่อมีการฝ่าฝืนกฎหมายหรือคำสั่ง อย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม 7. การรายงานให้ชุดปฏิบัติการฯ ระดับจังหวัดและอำเภอ สรุปผลการออกตรวจทุกครั้งและนำเสนอข้อมูลในที่ประชุมประจำเดือนของคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดอุตรดิตถ์และคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดอุตรดิตถ์ (รั้วสังคม)            

8.ติดตามประเมินผลและดำเนินงานให้มีความต่อเนื่อง

ระยะเวลาดำเนินการวันที่  1 ตุลาคม  2553 -30 กันยายน 2554   งบประมาณดำเนินการ - งบประมาณปกติของส่วนราชการที่รับผิดชอบ- งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจาก ป.ป.ส.- งบประมาณในส่วนที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้รับผิดชอบแผนปฏิบัติการ       -ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอกชนะยาเสพติดจังหวัดอุตรดิตถ์-ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดอำเภอทุกอำเภอผลที่คาดว่าจะได้รับ            -เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ กรอบการดำเนินงาน ขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น           

- พื้นที่เชิงลบมีการกระทำที่ผิดเงื่อนไขการประกอบการน้อยลงและพื้นที่เสี่ยงลดลง

-ประชาชนโดยทั่วไปเกิดความพึงพอใจ นโยบายการจัดระเบียบสังคม เกิดความผาสุกในครอบครัวและมีความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินมากยิ่งขึ้น

Online forum users

ผู้ใช้งานขณะนี้ 2 บุคคลทั่วไป 0 สมาชิก